การสั่งสอน

30 ปีที่แล้ว สถานที่คือกรุงเทพมหานคร ย่านชาวจีน เวลาประมาณ 19.00 น. ฟ้ามืด

ห้องน้ำเป็นระบบชักโครก สีเบจ ฝักบัวเสีย น้ำที่อาบจึงออกมาจากสายยางโดยตรง ห้องน้ำคับแคบ ขนาด2 คูณ 2 เท่านั้น

พื้นกระเบื้องที่ หลอดไฟสีส้ม ทำให้ทั้งห้องน้ำเป็นสีส้มไปหมด เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นสีส้ม

ผู้ใหญ่วัย 36 ปี จำได้ทุกรายละเอียด ไม่มีวันลืม

เด็กหญิงอายุ 6 ขวบ วันนั้นเป็นธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุด เด็กคนนั้นจึงกลับมาจากโรงเรียน ทำการบ้าน และเข้าไปถ่ายหนัก

เด็กหญิงคนนั้น คิดเรื่อยเปื่อย สงสัยทุกอย่างในโลก จินตนาการลอยไปลอยมา คิดได้หลายอย่าง แต่ไม่สามารถจำได้เป็นชิ้นเป็นอัน

แต่สิ่งที่เดียวที่เด็กคนนั้น จะจำได้ต่อไปจนตลอดชีวิต จำได้แม่นยำ จำได้กระทั่งกลิ่น สัมผัส ความรู้สึกที่ไม่อยากเจออีกเลย

นั่นคือ ก่อนหน้านั้น ไม่เกิน 5 นาที พ่อของเด็กคนนี้ (ต่อไปขอเรียกว่า พ่อ)ได้ถ่ายหนักเอาไว้ และลืมกดชักโครก ทิ้งกลิ่นเหม็น และซากไว้ในห้องน้ำ

แต่ตัวพ่อเองได้ออกไป แต่งตัว ยิ้มแย้มกับแม่ หยอกล้อเล่น และลาไป ‘’ธุระ’’กับเพื่อน

ถึงแม้ว่า เพิ่งทิ้งซากและกลิ่นที่น่ารังเกียจไว้ แต่สิ่งที่ติดตัวพ่อตอนที่ออกไปจากบ้าน คือเสื้อผ้าซักใหม่ กลิ่นหอมฟุ้ง

ซึ่งแม่ก็หัวเราะหัวใคร่ จับมือพ่อ อารมณ์ดี ยิ้มประหนึ่งเห็นด้วยเต็มที่ที่พ่อได้ออกจากบ้านไป ‘’ธุระ’’ ตอน 1 ทุ่ม

กลับมาที่เด็กหญิงวัย  6 ขวบเรียนอยู่ชั้นอนุบาลคนนี้ ก็ไปกดชักโครกเพื่อให้ซากและกลิ่นของพ่อหมดไป และตัวเองก็ได้มาถ่ายหนักจนเสร็จ

แต่เด็กคนนี้ลืมกดชักโครก ถ่ายเสร็จ แล้วไปเล่น เล่นเพลินอยู่นานไปเรื่อย จนต้องหยุด เพราะว่า…

เมื่อแม่มาเห็น ก็ส่งเสียงดัง เกรี้ยวกราดจับใจ ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่เด็กรับรู้ว่าแม่โกรธมาก และรู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ผิดมาก เด็กปวดหัวแทบระเบิด

ซึ่งการปวดหัวแทบระเบิดเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยของเด็กคนนี้ เพราะเมื่อเด็กโดนดุด่า ว่ากล่าวหรือทุบตี ถ้าเด็กคนนี้เกิดความรู้สึกว่าปวดหัวแทบระเบิด น้ำตาได้ไหลออกมา และกล่าวคำขอโทษมากพอ การลงโทษก็ใกล้จะจบลงแล้ว

กลับมาที่ วันนั้น

วันนั้นแม่โกรธมากเช่นเคย พูดเสียงค่อย แต่ชัดเจน ช้าๆ แต่หนักมาก จนกดและทับไปทั้งร่างของเด็กคนนี้ ว่า

‘’หยิบมันขึ้นมา’’

เด็กหญิงยังงง จึงเงียบ

‘’……..’’

แม่พูดเสียงดังขึ้น

‘’หยิบมันขึ้นมา’’

เด็กหญิงเริ่มเข้าใจ ว่าให้หยิบอะไร แต่ยังไม่ยอมหยิบ

แม่จึงกล่าวประโยคเดิม และดังขึ้น พร้อมจับแขนเด็กคนนั้นไว้แน่น เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กคนนั้นจะทำตาม

‘’หยิบ-มัน-ขึ้น-มา’’

เด็กหญิงวัย 6 ขวบ จึงเอื้อมมือลงไปในโถส้วม และใช้ปลายเล็บจิกอุจจาระขึ้นมา

แต่แม่ไม่อนุญาตเช่นนั้น แม่กล่าวคำเดิม ‘’ใช้-มือ-หยิบ-มัน-ขึ้น-มา’’

เด็กหญิงคนนั้นเลยใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งหยิบอุจจาระขึ้นมา

แม่ของเด็กกล่าวว่า ‘’ถือเอาไว้ 1 นาที’’ และแม่ก็จับเวลา

1 นาทีนั้นที่อยู่ในห้องน้ำสีส้ม เป็นเวลาที่ยาวนานมาก นานเหมือนอยู่ในหม้อต้ม เพราะความรู้สึกที่ยังจำได้คือ มันร้อนรุ่มไปหมด

ครบ 1 นาที

แม่บอกให้ วางอุจจาระลง และสั่งสอน ว่าทีหลังอย่าทำอีกนะ และสั่งสอนเรื่องอื่นๆอีกมากมาย

เด็กคนนั้นจำเรื่องที่สั่งสอนไม่ได้ จำได้แต่ว่าแม่บอกให้เด็กคนนั้นขอโทษซะ

เด็กคนนั้นขอโทษแม่ เหมือนทุกๆครั้งที่ทำผิด และยังจำได้อีกว่า ห้ามโกรธ และเด็กดีต้องไม่โกรธพ่อแม่ เพราะพ่อแม่หวังดีกับลูกเสมอ

และคนเป็นแม่  ต้องทำโทษ เพราะเด็กผิด และเพราะแม่เป็นแม่ที่ดี  และเรื่องนี้ ห้ามเล่าให้คนอื่นฟัง เพราะเป็นเรื่องของแม่ลูกเท่านั้น  ถ้าเล่าให้คนอื่นฟัง เด็กคนนั้นจะเป็นคนอกตัญญู เด็กรับคำ จะตั้งใจจำและเชื่อฟังบทเรียนของแม่อย่างเคร่งครัด

แต่ความรู้สึกความร้อนรุ่ม แน่นหน้าอก อึดอัดจนแทบทนไม่ได้ จนหน้าตาบิดเบี้ยว และไม่สามารถละสายตาในการจ้องตาแม่ได้เลย

แม่เห็นดังนั้น จึงสั่งสอน โดยถามว่า

‘’โกรธหม่าม้าหรือเปล่า’’

เด็กพยักหน้า

แม่จ้องหน้าเด็กคนนี้ นิ่ง นาน และกล่าว

‘’…(ชื่อเด็กคนนี้)ต้องไม่โกรธหม่าม้านะ เพราะ…(ชื่อเด็กคนนี้)ผิดนะ’’

ความอึดอัดแผ่ซ่านเจ้าในใจของเด็กคนนี้ จนไม่สามารถตอบอะไรได้นอกจาก

‘’ค่ะ’’

‘’คนเป็นลูก ถ้าผิด ต้องไม่โกรธหม่าม้า ห้ามโกรธหม่าม้ารู้มั้ย’’

‘’ค่ะ’’ เด็กรับคำ

เด็กหญิงไม่โกรธแม่ เพราะเด็กเป็นคนผิด จะโกรธแม่ได้อย่างไร

แต่บทเรียนเรื่องนี้ เด็กคนนี้คงจำได้ไม่ขึ้นใจนัก เพราะเด็กหญิงจำได้แต่เพียงการทำโทษ ความปวดหัวแทบระเบิด และสัมผัสของอุจจาระที่ปลายนิ้วเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องไม่ลืมกดชักโครก

ค่ำวันถัดมาก หลังจากที่ทำการบ้านเสร็จ ไฟในห้องนอนขาวสลัว 1 ห้องนอน ที่นอนรวมกัน 4 คน พ่อแม่ เด็กหญิงคนนี้ และน้องชาย เด็กหญิงเข้าห้องน้ำถ่ายหนัก

แต่การสั่งสอนของแม่ คงเข้าสู่สมองและจิตใต้สำนึกได้ไม่มากพอ

คืนนั้น เด็กคนนั้น ในวัย 6 ขวบ หลังจากถ่ายหนักก็ลืมกดชักโครกจนได้

แล้วเด็กก็ไปอาบน้ำ ล้างตัว แล้วก็ออกจากห้องน้ำไป

ความทรงจำช่วงน้ำ ว่าออกจากห้องน้ำไปทำอะไร นานเท่าไหร่ จำไม่ได้หรอก

จำได้แม่นแต่เพียง เสียงแม่ที่ดังมากที่เรียกชื่อเด็กคนนั้น ความรู้สึกใจหายวาบเมื่อได้ยินเสียงแม่เรียก

รวมถึงการดุด่าอย่างหนัก หน้าแม่ที่เกรี้ยวกราด ความรู้สึกปวดหัวแทบระเบิด

และการสั่งสอนของแม่ ที่จำไม่มีวันลืม

แม่สั่งให้เด็ก  ‘’หยิบมันขึ้นมา’’

เด็กเอื้อมนิ้วชี้กับนิ้วโป้งลงไปหยิบอุจจาระในส้วมขึ้นมา เพราะเคยทำมาแล้ว

แต่แม่ได้มีการสั่งสอนเพิ่มเติม

‘’หยิบขึ้นมาทั้งมือ แล้วกำเอาไว้’’

นั่นหมายถึง การเอามือลงไปในโถส้วม เพื่อกำขี้ไว้ให้เต็มมือ เด็กคนนี้ทำตามที่แม่สั่งสอน

แม่ยิ้มนิดๆ ดีใจที่เด็กทำตามคำสั่งสอนอย่างว่าง่าย จนไม่ได้สังเกตุน้ำตาเด็กที่คลออยู่เงียบๆ แม่ถาม

‘’เรื่องนี้ใครผิด’’

‘’หนูผิดค่ะ’’ เด็กตอบอย่างคล่องแคล่ว

‘’ถือเอาไว้ อย่า-ปล่อยมันนะ’’

‘’ห้ามทำหน้าเหม็นๆ(ซึ่งหมายถึงหน้าบึ้ง)ใส่หม่าม้านะ ถูกทำโทษเมื่อทำผิด ต้องยอมรับ ถึงจะเป็นเด็กดี’’

เด็กถือขี้ไว้ในมือ ความรู้สึกที่ฝังใจ แม่นจนทุกวันนี้คือ น้ำขี้ค่อยๆไหลออกมาตามร้องนิ้ว ความรู้สึกปวดหัวแทบระเบิด จนอยากกรี๊ด แต่สิ่งที่เด็กทำได้ระหว่างการถูกสั่งสอนคือ ยิ้มอย่างอ่อนน้อม

‘’ค่ะ’’ เด็กรับคำ พร้อมการพยายามยิ้ม

เวลาผ่านไปแสนนาน แม่พูดขึ้นว่า

‘’รู้แล้วใช่ไหม ว่าตัวเองทำผิด’’

‘’ค่ะ’’ เด็กรับคำ

‘’ทีหลังจะทำอีกมั้ย’’ แม่ถาม

‘’ไม่ทำแล้วค่ะ’’ เด็กก้มหน้าตอบ

แม่ยิ้ม และอีก 30 ปี ต่อมา เด็กคนนี้ก็ยังจำยิ้มนี้ได้แม่นยำ

‘’พอได้แล้ว และไปล้างมือ’’ แม่สั่ง

‘’ทีหลังอย่าลืมกดชักโครกนะ รู้มั้ยหม่าม้าเหนื่อย หนูทำให้หม่าม้าเหนื่อย หนูบาปนะ’’ แม่สอน

‘’ค่ะ’’เด็กรับคำ

‘’หม่าม้ารักหนูนะ เลยสั่งสอน เป็นพ่อแม่คนอื่นเขาไม่สนใจลูกแบบนี้หรอก โดนเฉพาะลูกสาว’’ แม่ปลอบลูก

‘’ค่ะ’’ เด็กรับคำ

เด็กคนนี้จำไม่ได้หรอกว่าไปล้างมือยังไง ไปนอนเลยหรือเปล่า

แต่การสั่งสอนคืนนั้น เด็กคนนี้จำขึ้นใจ เพราะนี่เป็นบทเรียนแรกที่เด็กจำได้แม่นว่าแม่ได้สั่งสอนด้วยความรักเอาไว้

ซึ่งหลังจากนั้น ยังมีการสั่งสอนจากแม่อีกมากมาย ที่เด็กคนนี้ได้จำขึ้นใจ

ไม่มีวันลืม

{{brizy_dc_image_alt imageSrc=

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

เพราะปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่มากเกินมาตรฐานของประเทศไทยโดยเฉพาะที่เกินจนถึงเขตอันตรายในเขตกทม. ทำให้เกิดการตื่นตัวอย่างมาก อย่างในโซเชียล จะเห็นข่าวนี้อยู่ตลอดเวลา โดยปัญหานี้ล่าสุด ทางกทม.ได้แก้ปัญหาด้วยการแจกหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น (แต่คนในกทม.มีจำนวนกว่า 5.5 ล้านคนในปี พ.ศ. 2018 ข้อมูลจาก กองยุทธศาสตร์บริหารจัดการ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล) รวมถึงทางรัฐได้ประกาศว่าเป็นสถานการณ์ไม่ฉุกเฉินเพราะเมื่อปี […]
ตั้งแต่แอปส่งอาหารเฟื่องฟู พูดเลยว่าฉันคิดผู้ส่งหลายคนไม่ควรมาส่งอาหารค่ะ เขาควรไปลงแข่งMOTO GP หรือถ้าให้ดีไปว่านั้น เขาควรเป็นสตั๊นแมนค่ะ เนื่องฝีมือการขับที่ฉวัดเฉวียนแบบเชี่ยวชาญ และความกล้าที่จะมุดและแซงในที่ที่สามารถไปสบายได้ง่ายๆถ้าพลาดเพียงนิดเดียว ที่เป็นอย่างนี้เพราะเขาพยายามทำงานของเขาให้ดี ส่งอาหารให้ทันเวลา และไม่ใช่แค่เหล่าไบค์เกอร์ของแอปส่งอาหารเท่านั้น เหล่าวินที่ชำนาญการก็ทำได้เช่นกัน ที่สำคัญเขาฉวัดเฉวียนแบบมีผู้โดยสารได้ด้วย พูดเลย พวกเขาเป็นคนใจเพชร และฉันขอส่งวินอโศกเข้าประกวด อันนี้หลายปีมาแล้วนะคะ แต่เห็นพนักงานจากแอปส่งอาหารขับกันดุมากเลยนึกถึง พูดเลย ถ้าสวนสยามมันไกล […]

Subscribe

ร่วมติดตาม.

“กราบขอบพระคุณ

รำอวยพรพวกคุณในใจค่ะ”

{{brizy_dc_image_alt imageSrc=
Scroll to Top