อีกเดือนกว่าเท่านั้นก็จะใกล้สิ้นปีละ นอกจากว่าจะมานั่งคิดว่าปีที่ผ่านมาเราทำอะไรไปแล้วบ้าง ช่วงเวลาที่จะผ่านปี มันก็จะมีเรื่องให้ฉลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันหยุด โบนัส วันพิเศษที่จะมีเรื่องให้ปาร์ตี้อีกมากมาย นี่เช็คจากตัวเอง รวมถึงคนรอบตัว มันคือช่วงเวลาที่ใจของคนส่วนใหญ่พร้อมจะมุ่งสู่การฉลอง ใจบินไปที่ทริปสิ้นปี งานปาร์ตี้ วันหยุดยาว แถมอากาศที่เคยร้อนจนแอบสับสนระหว่างว่านี่คือนรกหรือโลกมนุษย์ ก็เริ่มเย็นลง ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี สำหรับเรื่องวุ่นวายใจ หรือเรื่องวุ่นวายและเหตุร้ายต่างๆที่เกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นจริง และก่อให้เกิดความเครียดจริง แต่อยากให้ทุกคนได้พัก ทั้งพักสมอง พักร่างกาย พักอารมณ์ เพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง จากวันนี้ไปจนถึงสิ้นปี ก็อีกเดือนกว่า ถ้าคุณว่างก็เริ่มคิดได้นะคะว่าเราจะใช้เวลาช่วงหยุดยาวสิ้นปีไปกับอะไร เพราะฉันเคยทำงานอย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งชนกับวันวันหยุดยาว ทำงานแม้กระทั่งวันปีใหม่ จนพอเวลาต้องหยุดจริงๆ ก็Blank เลยว่าจะทำอย่างไรกับวันหยุด ความคิดที่จะไปหาใครดี หรือจะทำอะไรดี มันก็คิดไม่ออก สุดท้ายได้แต่อยู่คนเดียว เพราะเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไร เพราะการหาอะไรใหม่ๆ หรือเจอคนใหม่ๆ มันต้องใช้ Energy ที่สำคัญต้องเป็น Energy ที่ดีด้วย เนื่องจากการไปหามนุษย์คนอื่น หรือกิจกรรมใหม่ด้วยความเหนื่อยล้า ตัวเราเองก็คือ Bad Energy สำหรับคนอื่นชัดๆ สุดท้ายเราก็จะทำเปลี้ยๆใส่คนอื่นอยู่ดี ซึ่งไม่ดีเลย การส่งต่อ Bad energy มันจะเป็นส่งต่อที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่เล่าให้ฟังนี้ คือเคยเป็นมาแล้วทั้งสิ้น แบบทำงาน 48 ชั่วโมงติดกัน เหนื่อยแบบแทบจะเห็นญาติที่ตายไปแล้วเรียกให้อยู่ด้วยจริงๆก็ลืมไปแล้ว แต่ที่คิดขึ้นมาใหม่เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่หลายหน่วยงานและบริษัท ต้องเร่งงาน เพราะกลัวจะปิดสิ้นปี ตอนนี้ในวงการโรงงาน และฝ่ายผลิต เริ่มต้องโหมงานกันอย่างหนัก คนในวงการเหล่านี้คือ ลูกค้าหลักของฉัน สังเกตุได้ว่าลูกค้าหลักๆที่ติดต่อกันมานาน จากที่เคยอารมณ์ดี พูดจาดี ก็กลายเป็นเกรี้ยวกราด อารมณ์เสียใส่ฉัน หนักเข้าก็เครียดจนมาเล่าเรื่องความทุกข์ส่วนตัวให้ฟัง การเล่าเพื่อระบายความทุกข์ให้ฉันฟังสูงสุดคือ 2 ชม.เต็ม โดยเล่าว่างานมันไม่ได้ดังใจแค่ไหน รายอื่นๆก็โทรมาบ่นให้ฟังเป็นระยะถึงความไม่ได้ดังใจ และพอฉันแนะนำว่าให้พัก หรือว่าช่างมัน เขาก็วางมันไม่ได้ และเขาจะยิ่งตะบี้ตะบันทำมันต่อไป ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ผลก็ตาม เช่น ฉันบอกว่าของจะมาถึงวันที่ 10 ซึ่งเขาก็รู้ดีว่ามันจะมาวันที่ 10 แต่เขาจะโทรหาฉันเพื่อหวังว่าจะมีปาฏิหารย์ว่าของจะมาก่อนหน้านั้น เขาวางมันไม่ได้ โทรหาทุกวันระหว่างวันที่ 1-10 วันละ 3-4 รอบ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีของมา มันมาวันที่ 10 แรกๆฉันก็งงว่าจะทำไปทำไมให้ตัวเองเครียดเล่น แต่แล้วก็เริ่มนึกได้ว่า ลูกค้าคนนี้เขาบี้ตัวเองจนไม่สามารถอยู่เฉยๆได้ เขาต้องทำอะไรสักอย่างถึงจะรู้สึกว่าได้ทำงาน การได้โทรตาม ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้ผล แต่ก็ต้องโทร เพราะเขาจะได้รู้สึกว่าได้ทำงานแล้ว เขาโทรตาม เขาก็จะสบายใจขึ้นเพราะได้โยนภาระในใจมาให้ฉัน ส่วนฉันที่ได้รับสายการตามของ แน่นอนค่ะ ก็ประสาทจะกินตามไปด้วย ทั้งๆที่ไม่จำเป็นใดใด ทั้งหมดนี้เลยอยากบอกว่า ใกล้สิ้นปีแล้ว คุณลองสำรวจตัวเองไหมคะว่า เราได้ทำงานที่ไม่ได้จำเป็นมากแค่ไหน เพื่อให้รู้สึกว่าได้ทำงาน หรือในทางกลับกัน ถ้าทำงานไม่ทันทั้งปี อาจต้องคิดว่าคำนวนเดตไลน์ผิดไหม คำนวนกำลังคนผิดหรือเปล่า ไม่งั้นทำงานไม่ทันทั้งปี มันจะนำไปสู่การ burn out ซึ่งไม่ดีใดใด การburn out อาจนำไปสู่การเปลี่ยนสาขาอาชีพ หรือการลาออกที่ไม่จำเป็น เพราะจริงๆชอบสิ่งที่ทำอยู่ เพียงแต่มันมากเกินไป เริ่มลองสำรวจตัวเองและหน่วยงาน จะได้สะสางซะให้เสร็จในปี 2020 นี้ ชีวิตจะได้รื่นรมย์ขึ้น และจะได้มาคิดกันค่ะ ว่าช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เราจะใช้มันอย่างไรให้สนุกสนานและมีความสุข เพราะการสะสาง และจัดการชีวิตมันใช้เวลาเหมือนกันนะคะ ไปละ บาย




